กรุณาปิดเพลงด้านล่างก่อนเปิดนะครับ ... อย่าลืม

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

กฎหมายใหม่


ก็เป็นอันว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 131 ตอนที่ 55 ก ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 เรียบร้อยแล้วล่ะครับ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงในระบอบประชาธิปไตยตามคำเรียกร้องของนานาชาติ .. แต่เอาไปแค่ครึ่งหนึ่งก่อนครับ เหลืออีกครึ่งต้องขอเวลาขัดเกลานิดหน่อย จะให้ทำตามใจนานาชาติไปเสียทุกเรื่องน่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับบ้านเมืองของเรานักหรอกครับ คนไทยทั้งประเทศย่อมรู้ดีอยู่แล้ว ... ว่าอะไรเป็นอะไร

และที่สำคัญที่สุด ประเทศไทยยังคงยึดถือพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจอยู่อย่างมั่นคง การสร้างกฎหมายให้การเมืองยืนอยู่เหนือพระราขอำนาจ

.. เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ 

เพราะคนไทยที่สติสัมปชัญญะอยู่ครบสมบูรณ์ดีทุกชิ้นรู้ซึ้งถึงกระดองใจมานานแล้วว่าอำนาจที่นักการเมืองมีอยู่นั้นได้มาด้วยวิธีการใด?
แต่นักการเมืองก็ยังแอบอ้างว่าอำนาจนั้นได้รับมอบมาจากประชาชนอย่างถูกต้องด้วยวิถีทางตามกระบวนการประชาธิปไตย
แต่จะด้วยวิธีการใด? ไม่ขอตอบ(ด้วยเหตุผล...เพื่อความมั่นคงของฐานเสียง)

อ้อ...เพื่อนพ้องน้องพี่ติดตามอ่านรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนี้ได้ที่บล็อก"สารวัตรทหาร" ครับ
หรือที่ลิงค์นี่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557

ขอฝากไปถึงท่านผู้ที่ติดตามบล็อกนะครับว่าผมเขียนบล็อกนี้แบบปิด นั่นหมายความว่าผมไม่เคยย้อนกลับมาเปิดดูคอมเม้นส์ที่มีอยู่เลย นอกจากว่าในบางโอกาสไปเปิดดูพบว่ามีการอ้างอิงถึงบางบทความในเว็บไซต์อื่นๆ จึงจะย้อนกลับไปดู บางครั้งเจอคอมเม้นส์ตั้งแต่ปี 54 โน่นแน่ะ เลยต้องขอโทษจริงๆ ครับในกรณีเช่นนี้

ส่วนเหตุผลที่ทำเช่นนี้ก็เพราะผมชอบที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างอิสระน่ะครับ ถูกก็คือถูกใจของผม ผิดก็ยอมรับว่าเป็นความผิดของผม แต่ก็ไม่ชอบที่จะรับฟังคำวิจารณ์น่ะครับ เนื่องจากทุกคนต่างก็มีความคิดเป็นของตนเองและทุกคนก็มีความเชื่อมั่นในตัวเองเป็นอันดับแรกก่อนที่จะนำมาพิจารณาไตร่ตรองเหตุและผลในอันดับต่อมา แล้วแต่ว่าจะมีรากฐานมาจากไหน? อย่างไร? และมองสถานการณ์นั้นๆ ในฐานะอะไร? นี่คือเหตุผลที่มาเขียนบล็อกแทนที่จะไปเขียนเฟซบุ๊คที่อาจจะได้รับการโต้ตอบแบบไร้สติ เช่นที่เกิดขึ้นในโลกโซเซี่ยลบ้านเราทุกวันนี้

ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งที่ว่าโลกโซเซียลน่ะเกณฑ์เฉลี่ยอายุของผู้ใช้มากที่สุดน่ะอยู่ในช่วง 10 - 25 ปีเท่านั้นเอง ดังนั้น คุณวุฒิ วัยวุฒิ จะแสดงออกให้ทราบถึงวุฒิภาวะทางสังคมว่า บุคคลกลุ่มนี้บางคนขาดสามัญสำนึก ไร้สติสัมปชัญญะในการพิจารณาถึงเหตุและผล มักจะแสดงออกถึงความก้าวร้าวในการแสดงความคิดเห็นต่างๆ โดยขาดการไตร่ตรอง สาเหตุหนึ่งอาจจะมาจากการขาดการอบรมเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดของบุพการี

ก็จะยังคงติดตามข่าวคราวพบปะพูดคุย(คนเดียว)กับเพื่อนพ้องน้องพี่แบบนี้เรื่อยๆ ครับ ถ้ายังหายใจอยู่ แต่ถ้าหายไปนานเกินกว่าสองสามเดือนละก็ ไม่ต้องไปตามหานะครับ ปล่อยผมไปเหอะ คงจะไปในที่ที่ชอบไปแล้วล่ะ (เชื่อได้ว่าไม่ใช่โรงเบียร์หรืออาบอบนวดแน่นอน)

มีปัญหาหรือข้อเสนอแนะ ติดต่อผมได้โดยตรงที่เมล์นะครับ ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็น

เอ...พักนี้คิดถึงน้องประดู่แฮะ หายเงียบไปซะนานเลย ใครอยู่ พัน.สห.11 ช่วยสะกิดเอวให้ทีเถอะ

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

โอกาสที่ได้รับ


เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในช่วงของการประกาศใช้กฎอัยการศึก นอกจากอำนาจของรถถัง รถสายพานลำเลียงพล และหน่วยทหารราบพร้อมอาวุธทั้งหนักทั้งเบาแล้ว สารวัตรทหารก็เป็นอีกหน่วยหนึ่งซึ่งมีบทบาทหน้าที่สำคัญที่จะต้องเข้ารับผิดชอบในด้านการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศแทบจะทุกด้าน เรียกได้ว่าเกือบจะทำงานแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเสียเลยในทุกเรื่อง นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชาชนพากันจับตามองความเคลื่อนไหวในทุกด้าน แต่สำหรับตากล้องและนักข่าวแล้ว สิ่งที่สะดุดความสนใจมากที่สุดกลับกลายเป็น สารวัตรทหารหญิงของกองทัพบกไปเสียนี่ และต่างก็คงจะนึกเหมือนกับหลายๆ คนว่า ความสวยงามหลากหลายของเพศแม่กับอาวุธปืนกลเบาที่มีอานุภาพร้ายแรงในมือ ... มันมองดูแล้วขัดตายังไงก็ไม่รู้ ซึ่งก็เป็นข้อสงสัยของนักข่าวไปตามประสานกน้อยในไร่ส้มของเมืองไทย ที่สนใจแต่เรื่องไร้สาระ แล้วก็นำเสนอแต่เรื่องที่ไร้แก่นสารไปวันๆ ไม่กล้าไปก้าวก่ายในเรื่องที่สำคัญๆ ของนักการเมือง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพตนเอง

แต่จะว่าไปแล้ว ถ้าเลือกได้ผมก็อยากจะอยู่ใกล้ๆ สห.หญิง มากกว่า สห.ผู้ชายที่ล่ำสันบึกบึนเหมือนกัน มันน่าจะอบอุ่นใจและก็มีบรรยากาศที่ละมุนละไมมากกว่ากันเยอะ

หลายพื้นที่ประกาศยกเลิกการใช้กฎอัยการศึกไปแล้วแต่ก็ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองโดย คสช. ดังนั้น สารวัตรทหารในสังกัดของ มทบ. และ จทบ. คงจะต้องเหนื่อยกันต่อไปกับภารกิจที่หน่วยได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ทั้งการร่วมตรวจนับจำนวนข้างตามโกดังต่างๆ ทั่วประเทศ การไล่ติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดในข้อหาบุกรุกทำลายป่าหรือสัตว์ป่า การมีอาวุธที่ใช้ในราชการสงครามไว้ในครอบครอง การบุกเข้าตรวจค้นจับกุมพ่อค้าและแหล่งผลิตหรือจำหน่ายยาเสพติด การเข้าขัดขวางบุคคลที่ใช้อำนาจอิทธิพลข่มขู่คุกคามประชาชนในรูปแบบอื่นๆ  เรื่องต่างๆ เหล่านี้ครอบคลุมเกี่ยวข้องกับการเมืองของท้องถิ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฐานเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีอิทธิพลในแต่ละท้องที่ ซึ่งเกือบจะทั้งหมดเติบโตร่ำรวยมาจากธุรกิจที่ไม่ผิดกฎหมายโดยตรง แต่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างแน่นอน เนื่องจากทุกการกระทำไม่ได้เกิดขึ้นด้วยมือของตนเอง แต่เกิดจากข้าทาสบริวารนั่นเอง

แต่อย่าลืมไปว่า ในบรรดาสารวัตรทหารทั่วประเทศ ผมก็พยายามจะคิดว่าทุกคนเป็นคนดี ซื่อสัตย์ตรงต่อหน้าที่ แต่ก็คิดเผื่อไว้ว่าอาจจะมีบางคนที่เคยประพฤติตัวแตกแถวออกไปบ้างเพื่อเสริมสร้างฐานะของตน ระยะนี้คงจะเลิกราเรื่องที่ผิดกฎหมายไปได้ชั่วคราว เพราะมันไม่คุ้มที่จะเอาอาชีพของตนเองมาเป็นเดิมพันเพียงเพื่อรับใช้ผู้มีอิทธิพล ซึ่งผมเองก็ว่าไปอย่างนั้นแหละ ในฐานะที่เคยรู้เคยเห็นมาบ้างว่าคนทุกคนไม่ได้หล่อหลอมมาจากเบ้าเดียวกัน ไม่ได้เดินทางออกมาจากมดลูกของแม่คนเดียวกัน กำเนิดของแต่ละคนย่อมผิดแผกแตกต่างกันออกไปแล้วแต่การอบรมเลี้ยงดูของพ่อแม่และฐานะความเป็นอยู่ทางครอบครัว รวมถึงสภาพแวดล้อมเมื่อครั้งเยาว์วัย บางคนอาจจะตัวเล็กถูกรังแกข่มเหงมาตลอดชีวิต พอสวมเครื่องแบบถือปืนอยู่ในมือ จะมีความรู้สึกเหมือนตัวใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่าไม่เกรงกลัวมนุษย์หน้าไหนทั้งสิ้น น้องๆ ผมหลายคนก็เดินไปตามทางสายนี้ บางคนเสียชีวิตไปแล้ว บางคนต้องถูกเชิญออกจากราชการ บางคนยังใช้ชีวิตอยู่ในคุก บางคนยังคงหลบหนีคดีหัวซุกหัวซุนไปทั่วประเทศ

ทุกทางเลือกไม่มีใครมาก้าวก่ายได้

เราคือผู้เลือกทางเดินของเราเอง

ว่ายังจะมีศักดิ์ศรีของสารวัตรทหารที่แท้จริงอยู่หรือไม่ ?

ไม่ใช่เพียงอาศัยเครื่องแบบ สห. เป็นเปลือกหอย
คุ้มครองปกป้องการกระทำของร่างกายและจิตใจที่ชั่วร้าย

Google+ Followers