วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

แปรสภาพครั้งใหญ่




อยู่ว่างๆ ก็เลยงัดเอารูปภาพเก่าๆ มานั่งพิจารณาเพื่อปลงอนิจจังกับเรื่องราวที่ผ่านพ้นไปแล้ว คิดถึงเพื่อนพ้องที่เคยกินข้าวหม้อเดียวกันมา กอดคอฝ่าฟันความยากลำบากและการถูกบีบคั้นเคี่ยวกรำทั้งร่างกายและจิตใจมาอย่างหนักหนาสาหัส แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปก็มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับพวกเรามากมายหลายเรื่อง หลายคนหมดสิ้นลมหายใจไปแล้ว บางคนก็ออกจากราชการไปแล้ว บางคนก็ก้าวหน้าไปในชีวิตรับราชการ ขณะที่บางคนก็ต้องยุติบทบาทในเครื่องแบบลงไปเช่นกัน มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาในวิถีทางของการรับราชการน่ะครับ ถนนหนทางน่ะมันมีอยู่มากมายที่จะเลือกเดินมุ่งหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางที่เราต้องการ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของตัวของเราเองว่าจะเลือกใช้เส้นทางไหน

ถ้าจำไม่ผิด คนที่กระโดดกบนำหน้าอยู่นั่น เสียชีวิตไปนานแล้วครับ คนที่พอจะมองเห็นหน้าแล้วกระโดดอ้าปากตามหลังมาเป็นทิวแถวก็ลาออกจากราชการไปกันหมดแล้วเช่นกัน สถานที่ก็เป็นข้างสนามยิงปืนด้านหลังที่ตั้ง อาคารตึกอำนวยการของกรมการสารวัตรทหารบกครับ 1 พฤษภาคม 2523

หายหน้าไปซะนานแต่ก็ยังอยู่แถวๆ นี้ล่ะครับ คงจะต้องขออภัยหากมีใครบางคนส่งข่าวสารมาแล้วไม่ถึงผมนะครับ ยอมรับว่าไม่ค่อยได้เปิดเข้าไปดูเมล์บ่อยนัก ทำให้บางโอกาสก็พลาดที่จะตอบข้อซักถามของคนที่มีความสนใจในกิจการของ สห.อย่างจริงจัง ขออภัยจริงๆ ครับ แต่ก็มีบางท่านได้รับคำตอบกลับไปแล้วตามที่ต้องการ มีปัญหาอะไรหากตอบได้ก็จะตอบนะครับ ถ้าไม่เห็นคำถามก็สุดความสามารถแล้วล่ะครับ

เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา แว่วๆ ข่าวคราวเรื่องการปรับอัตราการจัดกำลังของหน่วย สห.มานานมาก แต่ก็ยังมองไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่างเสียที คราวนี้คงจะได้เวลาแล้วละมั้ง เพราะ รมว.กห.ได้ลงนามอนุมัติไปแล้วเมื่อกลางเดือน ส.ค.นี้เอง และคงจะเริ่มต้นการปรับเกลี่ยกำลังพล ตามมาด้วยการออกคำสั่งแปรสภาพหน่วยกันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ ก.ย.59 เป็นต้นไป รายละเอียดนั้นแต่ละหน่วยคงจะได้รับรู้และเริ่มเตรียมการกันไปบ้างแล้ว ซึ่งเชื่อแน่ว่ายังมีกำลังพลอีกไม่ใช่น้อยที่ยังคงไม่รู้เรื่องเหล่านี้ ครับ ก็เรื่องมันลับนี่นา ใครจะไปรู้ล่ะ

อย่างที่บอกไว้แล้วว่ายังไม่ทราบในรายละเอียดมากนักจึงไม่อาจที่จะวิพากษ์วิจารณ์อะไรลงไปสุ่มสี่สุ่มห้า เดี๋ยวจะหน้าแตกซะเปล่าๆ แต่เท่าที่ชำเลืองมองผ่านๆ ก็เห็นมีแต่รายชื่อหน่วย สห.ที่เป็น ร้อย.สห.ของ มทบ.กับ ร้อย.สห.ของกองพล เท่านั้นที่มีรายการแปรสภาพหน่วย ไม่มีในส่วนของ ฝ่ายการสารวัตร ฝ่ายการสืบสวนสอบสวน และเรือนจำทหาร ปรากฏอยู่เลย ดังนั้น จึงมั่นใจว่าทั้ง 3 ส่วนยังคงขึ้นตรงอยู่กับ มทบ.หรือ กองพล เช่นเดิม เห็นทีจะต้องอดใจรอข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ หรือการควบคุมบังคับบัญชาของแต่ละหน่วยกันอีกรอบหนึ่งล่ะครับ ว่าตกลงแล้วมันจะเดินไปในทิศทางใด เพราะหากมองไปในมุมกว้างแล้ว ดูเหมือนว่ากำลังจะมีการรวมศูนย์อำนาจเข้าไปกระจุกอยู่ ณ จุดใหญ่เพียงจุดเดียวในแต่ละกองทัพภาค นั่นก็คือ จะมีผู้บังคับบัญชาระดับ ผบ.พัน. รอง ผบ.พัน.ฝอ.ต่างๆ เพิ่มขึ้นมาอีกมากมายในแต่ละกองพันของ ทภ.1 – 4 แต่ก็จะต้องมีการปรับเกลี่ยกำลังพลที่มีอยู่ให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ โดยไม่มีการเพิ่มอัตราบรรจุกำลังพลเพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ นั่นอาจจะหมายความว่า ปรับลดอัตรานายทหารชั้นประทวนลงเพื่อไปเพิ่มให้กับอัตรากำลังพลนายทหารชั้นสัญญาบัตรที่จะขยายอัตราขึ้นมาใหม่ ซึ่งถ้าหากเป็นอย่างที่คาดเดา ผมว่านี่คงจะเป็นภาระที่หนักอึ้งพอสมควรสำหรับคนทำงานระดับล่าง เหมือนกับเมื่อครั้งที่มีการปรับ จ่าพิเศษ ที่อายุ 55 ปีขึ้นมาเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร แล้วก็ปิดอัตรา จ่าพิเศษ นั้นไว้จนกว่าคนเก่าจะเกษียณอายุไปตามวาระ หรือไม่ก็ตายไปทำให้อัตรากำลังพลของหน่วยว่างลงจึงค่อยมาพิจารณาบรรจุทดแทนกันใหม่

ในส่วนของ สห.หญิง ที่เริ่มแรกมีอยู่เพียง หมวดเดียว ใน พัน.สห.ที่ 11 ต่อมาก็ขยายออกมาเป็น 1 กองร้อย รอบนี้อาจมีโอกาสดีที่จะได้ขยายอัตรากำลังพลขึ้นมาจนครบทั้ง 4 ทภ. ดังนั้น ขอแสดงความยินดีกับสาวๆ ทุกท้องถิ่นทั่วประเทศที่มีความประสงค์จะแต่งเครื่องแบบสุดสวย สุดเท่ห์ ของ สห.หญิง กันล่ะครับ คราวนี้จะได้สมใจเสียทีไม่ต้องวิ่งเข้ามาสอบแข่งกันใน กรุงเทพฯ ให้เหนื่อยใจอีก

ก็คงเป็นเพียงการจินตนาการไปก่อนเท่านั้นเองครับ เพราะยังไม่ได้เห็นรายละเอียดวิธีการแปรสภาพ การปรับเปลี่ยนนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานจริงๆ ว่าเป็นอย่างไรกันแน่ เชื่อว่าหนังเรื่องนี้ยังมีอีกหลายตอนครับ อาจจะเป็นซีรีย์ขนาด ยาว 120 ตอนจบก็เป็นได้

แต่ที่แน่ๆ ความฝันที่จะเห็นอัตรากำลังพลของ เหล่า สห.ได้รับการบรรจุเข้ามาเกิน 60 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรองรับต่อภารกิจสารพัดที่เพิ่มเข้ามาในมือ อาจจะยังคงเป็นเพียงความฝันนิรันดร์กาลต่อไป

แต่ก็น่าดีใจ ... อย่างน้อยการปรับครั้งนี้เราจะได้มีผู้บังคับบัญชาเพิ่มมากขึ้นครับ 555


Twitter ของ คสช.