วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2559

สวัสดีวันสงกรานต์


พอถึงวันสงกรานต์ของทุกปี เรื่องแรกที่ผมคิดถึงไม่เคยลืมจนถึงกระทั่งทุกวันนี้ก็คือ พ่อแม่ เพราะตั้งแต่เริ่มเข้ารับราชการทหารในเครื่องแบบพลทหารตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2520 ผมไม่เคยมีโอกาสได้กลับบ้านไปรดน้ำขอพรจากพ่อแม่เลยแม้แต่ครั้งเดียว ในช่วงนั้นก็เป็นเพราะการสู้รบที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนนี่เอง ที่ทำให้ต้องใช้เวลาของความสนุกสนานสำหรับคนทั่วไปมาเป็นการแบกขนกระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม.กับขนย้ายถังน้ำมันลงจากตู้รถไฟ จนมาถึงวันที่ก้าวเข้ามาเป็นข้าราชการทหารประจำการเต็มตัวในเครื่องแบบสารวัตรทหาร คราวนี้วันสงกรานต์ก็กลายเป็นวันที่มีงานมากที่สุดในรอบปีไปแล้ว เช่นเดียวกับ วันขึ้นปีใหม่ วันลอยกระทง วันเข้าพรรษา หรือวันที่ชาวบ้านชาวช่องเพื่อนพ้องข้าราชการเขาหยุดงานกัน แต่สารวัตรทหารกลับมีงานเพิ่มเป็นทวีคูณโดยไม่รู้ตัว ข้อนี้คนที่เป็น สห.ภูธร คงจะซาบซึ้งกันดี โดยเฉพาะหน่วยที่มีกำลังพลเพียงน้อยนิด (มิหนำซ้ำผู้ใหญ่หลายคนยังจูงมือไปขับรถให้เมียอีก)

มันดูเหมือนจะกลายเป็นประเพณีของ สห.ภูธร ไปเสียแล้วสำหรับการเสียสละ(แบบไม่เจตนา)เพื่อสังคมโดยรวม เพราะในช่วงเวลาของความสนุกสนานแบบนี้ ผู้คนมักจะพากันลืมเลือนขนบธรรมเนียมประเพณีไทยแต่โบราณไปโดยสิ้นเชิง ที่มีหลงเหลือให้เห็นก็คือ ความเสื่อมทรามที่เกิดจากวิถีทั่วไปของสังคมไทยยุคใหม่

กลุ่มวัยรุ่นชายไร้สติปัญญาบางพวกจะพากันรวมกลุ่มถือขันพร้อมแป้งในมือ แถมขวดเหล้ามาด้วยเพื่อเพิ่มความหนาให้กับใบหน้ามากยิ่งขึ้น สายตาก็คอยจ้องสอดส่ายมองหาสาวๆ ที่ถูกตาต้องใจแล้วก็จะพุ่งทยานกรูเข้าหา พร้อมใจกันบรรเลงลูบไล้ลงแป้งไปตามใบหน้า แขน ไหล่ เนื้อตัว ลามลงไปถึงอกของเหยื่อในบางครั้ง และก็จะชุลมุนกันอยู่ตรงนั้นอีกนานโดยไม่ฟังเสียงกรีดร้อง เสียงด่า อะไรทั้งสิ้น นอกจากจะสนใจกับความสนุกสนานที่พวกตนได้รับ

กลุ่มวัยรุ่นหญิงบางกลุ่มที่ขาดการอบรมสั่งสอนจากครอบครัวก็จะพากันแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ล่อแหลมให้มากที่สุด เพื่อเตรียมรับความพร้อมในกรณีที่ถูกน้ำสาดจนเปียกโชก ซึ่งในกรณีนี้น้ำก็จะช่วยขับเน้นให้เห็นสรีระอันงดงาม(บางคนก็ดูไม่ได้)ได้อย่างชัดเจน มองเห็นทรวดทรงสัดส่วนอันแท้จริงเป็นรูปร่างอยู่ภายใต้เนื้อผ้าบางเบานั้น เพื่อสร้างจินตนาการให้กับเหล่าผู้ชายกลัดมันทั้ง เฒ่าหัวพญานาค จนถึงวัยรุ่นหัวลูกจิ้งเหลน

แต่บางครั้งเหล้าก็พาให้กลุ่มวัยรุ่นอาศัยเทศกาลสงกรานต์เป็นที่ระบายอารมณ์ แทนที่จะสาดน้ำกัน กลับควงมีดไม้เข้าห้ำหั่นราวีกันจนหัวร้างข้างแตก และในบางปีหนักหนาสาหัสจนถึงขนาดยกหมู่บ้านเข้ามาเล่นสงกรานต์กันชุลมุนจนเลือดสาดกลางงาน

ครับ นั่นแหละงานของ สห.

เจ้าหน้าที่ตำรวจท่านมีกำลังพลไม่พอน่ะครับ ตรงไหนมีตีกันท่านไม่ค่อยว่างหรอกต้องไปย่องๆ คอยไล่จับพวกตีไก่อยู่หลังวัด กับเดินท่อมๆ ไปไล่ตะครุบพวกที่เล่นไฮโลหลังหมู่บ้านน่ะครับ

สห.บางท่านก็คงจะซาบซึ้งดีถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น และออกจะอึดอัดขัดข้องที่บางครั้งมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กระบองฟาดใส่มือ ใส่แขนหรือใส่เข้าไปบนศีรษะของพวกวัยรุ่นเหล่านี้ เพื่อยับยั้งสถานการณ์ไม่ให้รุนแรงมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าบางครั้งก็ได้ผล สามารถยุติเหตุการณ์ลงได้ แต่ไม่ใช่ทุกครั้งนะครับ อย่าลืมว่า สห.ก็มีสองแขนสองขา (เพียงแต่ใส่หมวกไม่เหมือนชาวบ้านเท่านั้น) และไอ้เด็กพวกนั้นมันก็มีสองแขนสองขากันทุกคน รวมกันแล้วบางทีมันมากกว่า 30 แขน 30 ขา ขณะที่ สห.รวมกันทั้งงานมีแค่ไม่เกิน 10 แขน 10 ขา ส่วนอาวุธในมือน่ะทัดเทียมกันเชียวล่ะ ดังนั้น ในบางครั้งมันก็จบลงที่ สห.หัวแตกเลือดอาบหรือสลบเหมือดกลางอากาศไปเหมือนกัน กว่าจะมีอัศวินขี่ม้าขาวเข้ามาห้ามทัพ หรือบางครั้งก็จนหมดเรี่ยวแรงเลือดสาดไปตามๆ กันนั่นแหละ

และหลังจากเหตุการณ์ผ่านไป สห.ก็อาจจะต้องถูกเชิญตัวไปโรงพัก กลายมาเป็นผู้ต้องหาเสียเอง เมื่อพบว่าเด็กเหล่านี้บางคนเป็นลูกกำนัน ลูกผู้ใหญ่บ้าน ลูก สมาชิก อบต. ลูกตำรวจ ลูกเสี่ยใหญ่ ลูกหลานเหลนโหลนของบรรดาหัวคะแนนนักการเมืองใหญ่ระดับชาติ ที่ผู้บังคับบัญชาของเราบางท่านให้ความเกรงใจอย่างสูง

ระวังๆ กันไว้หน่อยนะครับ  มีปัญหากับคนพวกนี้ในประเทศนี้ มันหนักหนาสาหัสนักล่ะ

มันเหนื่อยใจจนแทบจะต้องลาออกจากราชการกันเลยทีเดียวล่ะ

แล้วจะหาว่าไม่บอก



Twitter ของ คสช.