ภาพยนตร์เรื่อง ขุนรองปลัดชู

อ้อ ..อย่าลืมปิดเพลงก่อนเปิดหนังนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

วัฏจักรชีวิต


เก็บภาพนี้มาจากเฟซบุ๊คเพราะเห็นว่าน่ารักดีและก็มีความหมายเหมาะที่สุดสำหรับสถานการณ์บ้านเมืองของเราในเวลานี้ ก็ขอขอบคุณเจ้าของภาพนี้ไว้ ณ โอกาสนี้ ขออภัยที่จำไม่ได้จริงๆ ว่าเป็นของใคร

เดือนนี้เป็นเดือนกันยายน สำหรับเพื่อน บางคนก็เก็บข้าวของออกจากโต๊ะทำงาน แล้วก็เก็บกวาดบ้านหลวงเพื่อเตรียมส่งคืนให้กับทางราชการต่อไป เพราะในสิ้นเดือนนี้หลาย คนก็พร้อมสำหรับการเกษียณอายุราชการไปตามวาระ ขณะที่หลายๆ คนก็เกษียณตัวเองออกไปเพื่อพักผ่อนหรือทำงานอื่นๆ เพื่อหารายได้เพิ่มเติมตามความถนัดของตนก่อนที่จะไม่มีเรี่ยวแรงจะไปทำอย่างนั้น และ บางคนก็ลาออกไปเนื่องจากยอมรับสภาพของตัวเองว่าไม่สามารถที่จะสร้างประโยชน์ให้กับทางราชการได้อย่างเต็มความสามารถอันเนื่องมาจากความไม่พร้อมในสภาพของร่างกาย ซึ่งก็คงมีเพียงส่วนน้อย เพราะหลายๆ คนที่ยังคงรับราชการอยู่ทั้งๆ ที่ไม่เคยสร้างประโยชน์อะไรให้กับหน่วยงานของตนเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ยังคงหวงแหนเครื่องแบบทหารเอาไว้เพื่อประโยชน์ส่วนตนอย่างใดอย่างหนึ่ง

มันเป็นวัฏจักรของชีวิตที่เราจะต้องใช้ชีวิตไปตามวงจรที่กำหนด 5 ปีแรกเพื่อการเรียนรู้ในการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานจากครอบครัว จากนั้นก็เป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้ศิลปวิทยาการต่างๆ เพื่อที่จะได้นำไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงตน จากนั้นก็เป็นช่วงเวลาของการทำงานตามวิถีทางที่ตนเลือกไว้ และมาจบลงในบั้นปลายของชีวิตที่จะต้องมีช่วงเวลาของการพักผ่อนทำอะไรต่อมิอะไรตามที่เราต้องการเพื่อตัวของเราเอง อาจจะเลี้ยงดูหลานๆ ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์เล็กสัตว์น้อย อ่านหนังสือ ฟังเพลง ทำอาหารแปลกๆ กินคนเดียว ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ในที่ที่ตนต้องการจะไป หรือจะนั่งสวดมนต์ภาวนาไปตามเรื่องตามราว เพราะช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตเป็นปลายทางของความทะเยอทะยาน ต้องพยายามนำตัวตนให้ห่างพ้นออกจาก กิเลสตัณหาทั้งหลายทั้งปวงโดยสิ้นเชิง

ส่วนใครที่ยังอุดมได้วยกิเลสตัณหา แม้จะหลุดพ้นไปจากหน้าที่ราชการแล้วก็ยังคงไขว่คว้าหา อำนาจ บารมี ทั้งจากตำแหน่งหน้าที่ทางการเมือง รัฐวิสาหกิจ หรือจากตำแหน่งที่ปรึกษาของบริษัท องค์การต่างๆ นั่นคือ การเวียนว่ายอยู่ในวังวนของความลุ่มหลงในกิเลสตัณหา ที่ไม่สามารถสลัดหลุดพ้นไปได้ ทำให้ต้องคลุกคลีอยู่กับคำติฉินนินทา ถูกให้ร้ายต่อไป โดยไม่มีหนทางหลุดพ้น นั่นเพราะความคิดที่ว่าตนเองยังคงมีไฟ มีความรู้ความสามารถที่จะทำงานเพื่อบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะอายุเกิน 70- 80 ปีไปแล้วก็ตาม

ในความคิดเห็นส่วนตัวแล้วเห็นว่าความคิดดังกล่าว เป็นเพียงข้ออ้างในการยึดติดอยู่กับอำนาจเท่านั้นเอง เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความจำเป็นสำหรับสังคมที่มีการขยายตัวเช่นนี้ บุคคลที่มีความรู้ความสามารถในบ้านเมืองยังคงมีอยู่มากมาย แต่หลายๆ คนปล่อยวางไปได้ด้วยเหตุผลที่มีหลายประการ

ความรักชาติมีขอบเขตอยู่ในตัวของมันเอง
ไม่มีใครจะมากล่าวอ้างได้ว่ารักชาติมากกว่าผู้อื่น
แต่คนที่มีอำนาจก็ย่อมมีผู้รับฟังมากกว่าคนปกติธรรมดาทั่วไป
เสียงที่เกิดจากแหล่งที่มาแตกต่างกันย่อมทำให้เกิดผลติดตามมาแตกต่างกันออกไป

กรุณาแบ่งปันความรักชาติให้กับผู้อื่นด้วยเถิด

ยังมีอีกหลายคนในละแวกบ้านของผมที่ละเลยต่อวัฏจักรของชีวิตเช่นเดียวกัน แต่มีส่วนประกอบผิดไปจากตัวอย่างข้างต้น เพราะคนข้างบ้านผมไม่มีเวลาเหลือที่จะไปทำอะไรตามที่ใจปราถนาได้แม้จะอายุกว่า 70 ปีแล้ว เพราะการทำงานในทุกวันหมายถึงค่าอาหารในแต่ละมื้อ การหยุดทำงานหมายถึงการไม่มีอะไรจะกินในมื้อต่อไป การเจ็บป่วยหมายถึงหายนะในชีวิตทีเดียวก็ต้องอาศัยยอดผักข้างบ้านมาต้มกินแทนข้าวไป

เงินช่วยเหลือผู้สูงอายุประจำเดือนน่ะมันพอซื้อแค่ปลายข้าวกับเกลือเท่านั้นแหละครับ และมันก็น้อยกว่าเบี้ยประชุมคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจแค่ 2 ชั่วโมงด้วยซ้ำไป และก็น้อยกว่าค่าขนมประจำวันของลูกท่านหลานเธอชนิดห่างไกลราวฟ้ากับดิน

หากจะรักชาติ .. ก็กรุณารักคนที่อยู่อาศัยร่วมกันภายในชาติด้วยครับ

อย่าพยายามถีบตัวตนให้สูงขึ้นห่างจากเพื่อนร่วมชาติมากนักเลย
พยายามก้มลงมามองดูด้วยว่า
ท่านกำลังถีบพื้นดินหรือถีบบนหัวผู้คนอยู่

ช่องว่างระหว่างชนชั้นใน พ.ศ.นี้ 
ห่างไกลจนน่าเป็นห่วง

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สห.?



ทุกวันนี้ภารกิจหลักของ สห.ดูเหมือนจะยังคงเป็นการปฏิบัติงานตามนโยบายของ คสช. ซึ่งต้องการหน่วยงานที่มีความรวดเร็ว เฉียบขาด และเที่ยงตรง รวมถึงมีความรู้ทางด้านกฎหมายบ้านเมือง สามารถปฎิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองได้อย่างกลมกลืน ซึ่งงานประเภทนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ที่มีหน้าที่ กำกับดูแลระเบียบวินัยของทหารทั้งกองทัพ นั่นคือ เหล่า สห. ตามคำขวัญของเหล่าที่ว่า "ทหารสารวัตร คือ ภาพลักษณ์ของกองทัพ"

ดูเหมือนว่าผมจะเคยเน้นย้ำทำความเข้าใจกับผู้อ่านในเรื่องที่เกี่ยวกับคำว่า สห. มาบ้างแล้ว(น่าจะหลายหน) วันนี้ก็จะขอวกกลับมาเน้นหนักๆ อีกครั้งครับ เผื่อไว้สำหรับบรรดาท่านสื่อมวลชนที่มักจะเร่งรีบรายงานข่าวโดยฉับไว(แต่ปราศจากความถูกต้อง) มีผลต่อเนื่องไปถึงผู้เสพข่าวสารที่พลอยได้รับทราบในสิ่งที่ไม่ถูกต้องไปด้วย คงไม่ว่ากันนะครับเพราะสำหรับสถานการณ์เช่นนี้ ผมก็คงต้องทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนไปด้วยเช่นกันโดยไม่ต้องไปสอบเพื่อขอใบประกาศนียบัตรแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปรู้จักกับ สห. อย่างตรงไปตรงมา ชัดเจน ถูกต้องที่สุด ... ด้วยความปราถนาดีน่ะครับ

ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕
ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้

๔.๑ คำว่า “ทหารสารวัตร” หมายถึง ทหารเหล่าทหารสารวัตรที่บรรจุในอัตรากำลังของหน่วยต่าง ๆ

๔.๒ คำว่า “สารวัตรทหาร” หมายถึง ทหารสารวัตรหรือทหารเหล่าอื่นหรือพรรคอื่น ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สารวัตรทหารตามคำสั่งของผู้มีอำนาจสั่งใช้สารวัตรทหาร

๔.๓ คำว่า “ผู้มีอำนาจสั่งใช้สารวัตรทหาร”หมายถึง ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารที่มีทหารสารวัตรอยู่ในบังคับบัญชา หรือผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารซึ่งมีอำนาจหน้าที่จัดสารวัตรทหารตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศกำหนด ในกรณีไม่มีทหารสารวัตรอยู่ในบังคับบัญชา เป็นผู้มีอำนาจสั่งใช้สารวัตรทหารได้ภายในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ หรือตามอำนาจที่กำหนดไว้ในกฎหมายหรือแบบธรรมเนียมของทหาร

และ ข้อ ๕ สารวัตรทหารให้จัดจากทหารสารวัตร ในกรณีไม่มีทหารสารวัตรบรรจุอยู่ในอัตรากำลังของหน่วยหรือในเหล่าทัพใด ให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารซึ่งมีอำนาจหน้าที่จัดสารวัตรทหารตามที่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ กำหนด จัดทหารเหล่าอื่นหรือพรรคอื่นเป็นสารวัตรทหารได้

จาก ข้อ 4.1 และ ข้อ 4.2 ท่านคงจะสามารถแยกแยะได้แล้วนะครับว่า สห.น่ะไม่ได้มีแต่เฉพาะ ทหาร เหล่า สห.เท่านั้น แต่ทหารเหล่าอื่นๆ ก็สามารถแต่งกายเป็นสารวัตรทหารได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็จะต้องมองไปถึง ข้อ 4.3 และ ข้อ 5 ด้วยว่าสมควรจะแต่งตั้งให้ทหารเหล่าอื่นแต่งกายเป็นสารวัตรทหารหรือไม่?

ในกรณีที่เป็นหน่วยในระดับเทียบเท่ากองพลขึ้นไป หากไม่มีอัตรากำลังของ เหล่า สห.อยู่ภายใต้บังคับบัญชา ก็ย่อมไม่มีอำนาจในการแต่งตั้งสารวัตรทหาร ซึ่งโดยปกติแล้วภายในพื้นที่นั้นๆ ย่อมจะต้องมีหน่วยทหารที่มีอำนาจสั่งใช้สารวัตรทหารอยู่แล้ว เนื่องจากทุกจังหวัดของประเทศไทยจะต้องมีหน่วยทหารเข้าไปกำกับดูแลรับผิดชอบอยู่ทุั้งสิ้น หากยังไม่แน่ใจก็สอบถามได้จากสัสดีจังหวัดหรือสัสดีอำเภอ จะได้รับคำตอบเองว่าท่านเหล่านั้นขึ้นสังกัดกับ มณฑลทหารบกหรือจังหวัดทหารบกใด ซึ่งหากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังสารวัตรทหาร หน่วยทหารที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นๆ ก็สามารถจัด สห.เข้าไปให้ความช่วยเหลือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้ได้

อีกกรณีหนึ่งก็คือ การใช้กำลังพล ประเภทพลทหารกองประจำการจากกองร้อยหรือกองพันของ มทบ./จทบ.เข้าไปให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยทหารสารวัตรโดยแต่งกายเป็นสารวัตรทหารนั้นก็ควรคำนึงถึงภารกิจที่จะต้องปฏิบัติด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่? เพราะภารกิจบางประการต้องอาศัยประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ ที่ต้องผ่านการเรียนรู้และฝึกอบรมมาพอสมควร และภารกิจบางอย่างก็ไม่สมควรที่จะต้องใช้กำลังพลประเภทนี้ เช่น การจู่โจม จับกุม ตรวจค้น การควบคุมการก่อความไม่สงบ การ รปภ.บุคคลสำคัญ ซึ่งมีอันตรายมากจนเกินไป แต่ในปัจจุบัน เรื่องนี้ก็มีความจำเป็นสูงสุดเนื่องจากความขาดแคลนกำลังพลจนถึงขีดสุด รวมกับภารกิจที่ต้องเพิ่มมากขึ้นเพราะสถานการณ์บ้านเมืองอีกด้วย นี่จึงเป็นการแก้ปัญหาวิธีเดียวที่พอจะทำได้

ขอร้องให้ ผบ.หน่วยทหารสารวัตร กรุณาช่วยตรวจสอบความถูกต้องเรื่องหนึ่งด้วย ก็คือ การแต่งกายของพลทหารกองประจำการจาก มทบ./จทบ.ที่ขอตัวมาช่วยเหลืองานนั้นเป็นเหล่าทหารราบ ไม่มีสิทธิที่จะประดับเครื่องหมายเหล่า สห.บนปกคอเสื้อ เหมือนกับพลทหารกองประจำการที่สังกัดหน่วยทหารสารวัตรนะครับ ดังนั้นขอให้ประดับเครื่องหมายเหล่าทหารราบตามสังกัดของตนด้วย และควรจะจัดให้มีการฝึกอบรมในภารกิจที่ต้องกระทำก่อนออกปฏิบัติงานทุกครั้ง เนื่องจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นความผิดพลาดของ สารวัตรทหาร เช่นกันโดยไม่มีข้ออ้าง

เอาเป็นว่าพอรับทราบถึงนิยามของ สห.โดยคร่าวๆ ไปแล้วนะครับคิดว่าคงจะกระจ่างพอสมควร ภารกิจส่วนใหญ่ของ สห.จะเป็นงานในการกำกับดูแล รับผิดชอบของ นายทหารฝ่ายการสารวัตร
ตามระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๒๙ ลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๙

ข้อ ๔.๓ นายทหารฝ่ายการสารวัตร หมายถึง นายทหารสารวัตร ซึ่งเป็นฝ่ายกิจการพิเศษของหน่วยทหาร มีหน้าที่ วางแผน ประสานงาน กำกับการ และ/หรือ ควบคุมทางปฏิบัติแก่หน่วยทหารสารวัตร รวมทั้งให้คำปรึกษาแก่ผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการในเรื่องที่เกี่ยวกับการสารวัตรทหาร ยกเว้น การสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม

คราวนี้มาถึงภารกิจของ เหล่า สห.อีกเรื่องหนึ่งตามข้อบังคับดังกล่าวข้างต้น นั่นคืองานด้านการสืบสวนสอบสวนซึ่งเป็นภารกิจที่มีหลายๆ คนไม่ทราบว่ามีอยู่ นี่รวมไปถึงทหารหลายๆ นานด้วยที่ไม่ทราบถึงภารกิจข้อนี้ ก็ขอแนะนำให้รับทราบไว้ครับว่าเป็ภารกิจของ นายทหารฝ่ายการสืบสวนสอบสวน ตามระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๒๙ ลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๙

๔.๕ นายทหารฝ่ายการสืบสวนสอบสวน หมายถึง นายทหารสารวัตร ซึ่งเป็นฝ่ายกิจการพิเศษของหน่วยทหาร มีหน้าที่วางแผน ประสานงาน กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมในกองทัพบก รวมทั้ง ให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการในเรื่องดังกล่าวด้วย

และตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕

ข้อ ๗.๓ สืบสวนสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหาร

แล้วก็มาถึงหน่วยทหารสารวัตรอีกหน่วยหนึ่งที่มีความสำคัญระดับหัวแถวเช่นกัน แต่ไม่ยักมีใครพูดถึงบ้างเลยนั่นก็คือ เรือนจำทหาร ซึ่งถูกกำหนดไว้ใน ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕

ข้อ ๗.๖ ปฏิบัติการเกี่ยวกับการเรือนจำทหาร และเชลยศึก ทหารผลัดหน่วย พลเรือน ผู้ถูกกักกันในยามสงคราม ตามที่กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร

และตามพระราชบัญญัติเรือนจำทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ พระราชบัญญัติเรือนจำทหาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๐ และ พระราชบัญญัติเรือนจำทหาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ กรุณาอ่านรายละเอียดเอาเองนะครับว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร? เพราะเรื่องมันยาวน่ะครับ

เอาเป็นว่าผมได้แนะนำหน่วยทหารสารวัตรทั้ง 4 หน่วยให้ทราบไว้โดยสังเขปเท่านั้นนะครับ เพราะถึงอย่างไร เมื่อออกข่าวหน้า 1 ไม่ว่าจะเป็นหน่วยใดใน 4 หน่วยนี้ ก็มักเขียนข่าวว่า สห.ยิงคนตาย สห.ค้ายา สห.ขโมยรถ สห.ปล้ำสาว ทั้งๆ ที่บางคนเป็นเสมียน บก. บางคนเป็นผู้คุมเรือนจำ บางคนเป็นเสมียน ฝสห./ฝสวส. แต่นักข่าวมักสรุปข่าวสั้นๆ ว่า สห. ซึ่งคนทั้งประเทศรับรู้เพียงแค่ว่าเป็น สารวัตรทหาร ... เอวัง

แต่ในทางกลับกันหากผู้กระทำผิดเป็นทหารเหล่าอื่นกลับลงข่าวว่า จับทหารค้ายา จับทหารยิงคนตาย จับทหารวิวาทหมอนวด ไม่ยักกะมีนักข่าวคนไหนลงข่าว่า จับทหารราบค้ายา จับทหารม้าลักรถ จับทหารสื่อสารขโมยมือถือ จับทหารการสัตว์ข่มขืนแมว (ขอโทษที สมมุตินะครับ)

ไม่ยุติธรรมเว้ย

ฉะนั้น ทหารเหล่า สห.โดยกำเนิดต้องระมัดระวังตัวเป็น 4 เท่าตลอดเวลาครับ