กรุณาปิดเพลงด้านล่างก่อนเปิดนะครับ ... อย่าลืม

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สห.?



ทุกวันนี้ภารกิจหลักของ สห.ดูเหมือนจะยังคงเป็นการปฏิบัติงานตามนโยบายของ คสช. ซึ่งต้องการหน่วยงานที่มีความรวดเร็ว เฉียบขาด และเที่ยงตรง รวมถึงมีความรู้ทางด้านกฎหมายบ้านเมือง สามารถปฎิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองได้อย่างกลมกลืน ซึ่งงานประเภทนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ที่มีหน้าที่ กำกับดูแลระเบียบวินัยของทหารทั้งกองทัพ นั่นคือ เหล่า สห. ตามคำขวัญของเหล่าที่ว่า "ทหารสารวัตร คือ ภาพลักษณ์ของกองทัพ"

ดูเหมือนว่าผมจะเคยเน้นย้ำทำความเข้าใจกับผู้อ่านในเรื่องที่เกี่ยวกับคำว่า สห. มาบ้างแล้ว(น่าจะหลายหน) วันนี้ก็จะขอวกกลับมาเน้นหนักๆ อีกครั้งครับ เผื่อไว้สำหรับบรรดาท่านสื่อมวลชนที่มักจะเร่งรีบรายงานข่าวโดยฉับไว(แต่ปราศจากความถูกต้อง) มีผลต่อเนื่องไปถึงผู้เสพข่าวสารที่พลอยได้รับทราบในสิ่งที่ไม่ถูกต้องไปด้วย คงไม่ว่ากันนะครับเพราะสำหรับสถานการณ์เช่นนี้ ผมก็คงต้องทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนไปด้วยเช่นกันโดยไม่ต้องไปสอบเพื่อขอใบประกาศนียบัตรแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปรู้จักกับ สห. อย่างตรงไปตรงมา ชัดเจน ถูกต้องที่สุด ... ด้วยความปราถนาดีน่ะครับ

ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕
ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้

๔.๑ คำว่า “ทหารสารวัตร” หมายถึง ทหารเหล่าทหารสารวัตรที่บรรจุในอัตรากำลังของหน่วยต่าง ๆ

๔.๒ คำว่า “สารวัตรทหาร” หมายถึง ทหารสารวัตรหรือทหารเหล่าอื่นหรือพรรคอื่น ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สารวัตรทหารตามคำสั่งของผู้มีอำนาจสั่งใช้สารวัตรทหาร

๔.๓ คำว่า “ผู้มีอำนาจสั่งใช้สารวัตรทหาร”หมายถึง ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารที่มีทหารสารวัตรอยู่ในบังคับบัญชา หรือผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารซึ่งมีอำนาจหน้าที่จัดสารวัตรทหารตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศกำหนด ในกรณีไม่มีทหารสารวัตรอยู่ในบังคับบัญชา เป็นผู้มีอำนาจสั่งใช้สารวัตรทหารได้ภายในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ หรือตามอำนาจที่กำหนดไว้ในกฎหมายหรือแบบธรรมเนียมของทหาร

และ ข้อ ๕ สารวัตรทหารให้จัดจากทหารสารวัตร ในกรณีไม่มีทหารสารวัตรบรรจุอยู่ในอัตรากำลังของหน่วยหรือในเหล่าทัพใด ให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารซึ่งมีอำนาจหน้าที่จัดสารวัตรทหารตามที่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ กำหนด จัดทหารเหล่าอื่นหรือพรรคอื่นเป็นสารวัตรทหารได้

จาก ข้อ 4.1 และ ข้อ 4.2 ท่านคงจะสามารถแยกแยะได้แล้วนะครับว่า สห.น่ะไม่ได้มีแต่เฉพาะ ทหาร เหล่า สห.เท่านั้น แต่ทหารเหล่าอื่นๆ ก็สามารถแต่งกายเป็นสารวัตรทหารได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็จะต้องมองไปถึง ข้อ 4.3 และ ข้อ 5 ด้วยว่าสมควรจะแต่งตั้งให้ทหารเหล่าอื่นแต่งกายเป็นสารวัตรทหารหรือไม่?

ในกรณีที่เป็นหน่วยในระดับเทียบเท่ากองพลขึ้นไป หากไม่มีอัตรากำลังของ เหล่า สห.อยู่ภายใต้บังคับบัญชา ก็ย่อมไม่มีอำนาจในการแต่งตั้งสารวัตรทหาร ซึ่งโดยปกติแล้วภายในพื้นที่นั้นๆ ย่อมจะต้องมีหน่วยทหารที่มีอำนาจสั่งใช้สารวัตรทหารอยู่แล้ว เนื่องจากทุกจังหวัดของประเทศไทยจะต้องมีหน่วยทหารเข้าไปกำกับดูแลรับผิดชอบอยู่ทุั้งสิ้น หากยังไม่แน่ใจก็สอบถามได้จากสัสดีจังหวัดหรือสัสดีอำเภอ จะได้รับคำตอบเองว่าท่านเหล่านั้นขึ้นสังกัดกับ มณฑลทหารบกหรือจังหวัดทหารบกใด ซึ่งหากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังสารวัตรทหาร หน่วยทหารที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นๆ ก็สามารถจัด สห.เข้าไปให้ความช่วยเหลือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้ได้

อีกกรณีหนึ่งก็คือ การใช้กำลังพล ประเภทพลทหารกองประจำการจากกองร้อยหรือกองพันของ มทบ./จทบ.เข้าไปให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยทหารสารวัตรโดยแต่งกายเป็นสารวัตรทหารนั้นก็ควรคำนึงถึงภารกิจที่จะต้องปฏิบัติด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่? เพราะภารกิจบางประการต้องอาศัยประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ ที่ต้องผ่านการเรียนรู้และฝึกอบรมมาพอสมควร และภารกิจบางอย่างก็ไม่สมควรที่จะต้องใช้กำลังพลประเภทนี้ เช่น การจู่โจม จับกุม ตรวจค้น การควบคุมการก่อความไม่สงบ การ รปภ.บุคคลสำคัญ ซึ่งมีอันตรายมากจนเกินไป แต่ในปัจจุบัน เรื่องนี้ก็มีความจำเป็นสูงสุดเนื่องจากความขาดแคลนกำลังพลจนถึงขีดสุด รวมกับภารกิจที่ต้องเพิ่มมากขึ้นเพราะสถานการณ์บ้านเมืองอีกด้วย นี่จึงเป็นการแก้ปัญหาวิธีเดียวที่พอจะทำได้

ขอร้องให้ ผบ.หน่วยทหารสารวัตร กรุณาช่วยตรวจสอบความถูกต้องเรื่องหนึ่งด้วย ก็คือ การแต่งกายของพลทหารกองประจำการจาก มทบ./จทบ.ที่ขอตัวมาช่วยเหลืองานนั้นเป็นเหล่าทหารราบ ไม่มีสิทธิที่จะประดับเครื่องหมายเหล่า สห.บนปกคอเสื้อ เหมือนกับพลทหารกองประจำการที่สังกัดหน่วยทหารสารวัตรนะครับ ดังนั้นขอให้ประดับเครื่องหมายเหล่าทหารราบตามสังกัดของตนด้วย และควรจะจัดให้มีการฝึกอบรมในภารกิจที่ต้องกระทำก่อนออกปฏิบัติงานทุกครั้ง เนื่องจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก็ถือว่าเป็นความผิดพลาดของ สารวัตรทหาร เช่นกันโดยไม่มีข้ออ้าง

เอาเป็นว่าพอรับทราบถึงนิยามของ สห.โดยคร่าวๆ ไปแล้วนะครับคิดว่าคงจะกระจ่างพอสมควร ภารกิจส่วนใหญ่ของ สห.จะเป็นงานในการกำกับดูแล รับผิดชอบของ นายทหารฝ่ายการสารวัตร
ตามระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๒๙ ลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๙

ข้อ ๔.๓ นายทหารฝ่ายการสารวัตร หมายถึง นายทหารสารวัตร ซึ่งเป็นฝ่ายกิจการพิเศษของหน่วยทหาร มีหน้าที่ วางแผน ประสานงาน กำกับการ และ/หรือ ควบคุมทางปฏิบัติแก่หน่วยทหารสารวัตร รวมทั้งให้คำปรึกษาแก่ผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการในเรื่องที่เกี่ยวกับการสารวัตรทหาร ยกเว้น การสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม

คราวนี้มาถึงภารกิจของ เหล่า สห.อีกเรื่องหนึ่งตามข้อบังคับดังกล่าวข้างต้น นั่นคืองานด้านการสืบสวนสอบสวนซึ่งเป็นภารกิจที่มีหลายๆ คนไม่ทราบว่ามีอยู่ นี่รวมไปถึงทหารหลายๆ นานด้วยที่ไม่ทราบถึงภารกิจข้อนี้ ก็ขอแนะนำให้รับทราบไว้ครับว่าเป็ภารกิจของ นายทหารฝ่ายการสืบสวนสอบสวน ตามระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๒๙ ลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๒๙

๔.๕ นายทหารฝ่ายการสืบสวนสอบสวน หมายถึง นายทหารสารวัตร ซึ่งเป็นฝ่ายกิจการพิเศษของหน่วยทหาร มีหน้าที่วางแผน ประสานงาน กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมในกองทัพบก รวมทั้ง ให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้บังคับบัญชา และฝ่ายอำนวยการในเรื่องดังกล่าวด้วย

และตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕

ข้อ ๗.๓ สืบสวนสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหาร

แล้วก็มาถึงหน่วยทหารสารวัตรอีกหน่วยหนึ่งที่มีความสำคัญระดับหัวแถวเช่นกัน แต่ไม่ยักมีใครพูดถึงบ้างเลยนั่นก็คือ เรือนจำทหาร ซึ่งถูกกำหนดไว้ใน ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยสารวัตรทหาร พ.ศ.๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕

ข้อ ๗.๖ ปฏิบัติการเกี่ยวกับการเรือนจำทหาร และเชลยศึก ทหารผลัดหน่วย พลเรือน ผู้ถูกกักกันในยามสงคราม ตามที่กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร

และตามพระราชบัญญัติเรือนจำทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙ พระราชบัญญัติเรือนจำทหาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๐ และ พระราชบัญญัติเรือนจำทหาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ กรุณาอ่านรายละเอียดเอาเองนะครับว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร? เพราะเรื่องมันยาวน่ะครับ

เอาเป็นว่าผมได้แนะนำหน่วยทหารสารวัตรทั้ง 4 หน่วยให้ทราบไว้โดยสังเขปเท่านั้นนะครับ เพราะถึงอย่างไร เมื่อออกข่าวหน้า 1 ไม่ว่าจะเป็นหน่วยใดใน 4 หน่วยนี้ ก็มักเขียนข่าวว่า สห.ยิงคนตาย สห.ค้ายา สห.ขโมยรถ สห.ปล้ำสาว ทั้งๆ ที่บางคนเป็นเสมียน บก. บางคนเป็นผู้คุมเรือนจำ บางคนเป็นเสมียน ฝสห./ฝสวส. แต่นักข่าวมักสรุปข่าวสั้นๆ ว่า สห. ซึ่งคนทั้งประเทศรับรู้เพียงแค่ว่าเป็น สารวัตรทหาร ... เอวัง

แต่ในทางกลับกันหากผู้กระทำผิดเป็นทหารเหล่าอื่นกลับลงข่าวว่า จับทหารค้ายา จับทหารยิงคนตาย จับทหารวิวาทหมอนวด ไม่ยักกะมีนักข่าวคนไหนลงข่าว่า จับทหารราบค้ายา จับทหารม้าลักรถ จับทหารสื่อสารขโมยมือถือ จับทหารการสัตว์ข่มขืนแมว (ขอโทษที สมมุตินะครับ)

ไม่ยุติธรรมเว้ย

ฉะนั้น ทหารเหล่า สห.โดยกำเนิดต้องระมัดระวังตัวเป็น 4 เท่าตลอดเวลาครับ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

กฎหมายใหม่


ก็เป็นอันว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 131 ตอนที่ 55 ก ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 เรียบร้อยแล้วล่ะครับ ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงในระบอบประชาธิปไตยตามคำเรียกร้องของนานาชาติ .. แต่เอาไปแค่ครึ่งหนึ่งก่อนครับ เหลืออีกครึ่งต้องขอเวลาขัดเกลานิดหน่อย จะให้ทำตามใจนานาชาติไปเสียทุกเรื่องน่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับบ้านเมืองของเรานักหรอกครับ คนไทยทั้งประเทศย่อมรู้ดีอยู่แล้ว ... ว่าอะไรเป็นอะไร

และที่สำคัญที่สุด ประเทศไทยยังคงยึดถือพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจอยู่อย่างมั่นคง การสร้างกฎหมายให้การเมืองยืนอยู่เหนือพระราขอำนาจ

.. เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ 

เพราะคนไทยที่สติสัมปชัญญะอยู่ครบสมบูรณ์ดีทุกชิ้นรู้ซึ้งถึงกระดองใจมานานแล้วว่าอำนาจที่นักการเมืองมีอยู่นั้นได้มาด้วยวิธีการใด?
แต่นักการเมืองก็ยังแอบอ้างว่าอำนาจนั้นได้รับมอบมาจากประชาชนอย่างถูกต้องด้วยวิถีทางตามกระบวนการประชาธิปไตย
แต่จะด้วยวิธีการใด? ไม่ขอตอบ(ด้วยเหตุผล...เพื่อความมั่นคงของฐานเสียง)

อ้อ...เพื่อนพ้องน้องพี่ติดตามอ่านรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนี้ได้ที่บล็อก"สารวัตรทหาร" ครับ
หรือที่ลิงค์นี่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557

ขอฝากไปถึงท่านผู้ที่ติดตามบล็อกนะครับว่าผมเขียนบล็อกนี้แบบปิด นั่นหมายความว่าผมไม่เคยย้อนกลับมาเปิดดูคอมเม้นส์ที่มีอยู่เลย นอกจากว่าในบางโอกาสไปเปิดดูพบว่ามีการอ้างอิงถึงบางบทความในเว็บไซต์อื่นๆ จึงจะย้อนกลับไปดู บางครั้งเจอคอมเม้นส์ตั้งแต่ปี 54 โน่นแน่ะ เลยต้องขอโทษจริงๆ ครับในกรณีเช่นนี้

ส่วนเหตุผลที่ทำเช่นนี้ก็เพราะผมชอบที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างอิสระน่ะครับ ถูกก็คือถูกใจของผม ผิดก็ยอมรับว่าเป็นความผิดของผม แต่ก็ไม่ชอบที่จะรับฟังคำวิจารณ์น่ะครับ เนื่องจากทุกคนต่างก็มีความคิดเป็นของตนเองและทุกคนก็มีความเชื่อมั่นในตัวเองเป็นอันดับแรกก่อนที่จะนำมาพิจารณาไตร่ตรองเหตุและผลในอันดับต่อมา แล้วแต่ว่าจะมีรากฐานมาจากไหน? อย่างไร? และมองสถานการณ์นั้นๆ ในฐานะอะไร? นี่คือเหตุผลที่มาเขียนบล็อกแทนที่จะไปเขียนเฟซบุ๊คที่อาจจะได้รับการโต้ตอบแบบไร้สติ เช่นที่เกิดขึ้นในโลกโซเซี่ยลบ้านเราทุกวันนี้

ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งที่ว่าโลกโซเซียลน่ะเกณฑ์เฉลี่ยอายุของผู้ใช้มากที่สุดน่ะอยู่ในช่วง 10 - 25 ปีเท่านั้นเอง ดังนั้น คุณวุฒิ วัยวุฒิ จะแสดงออกให้ทราบถึงวุฒิภาวะทางสังคมว่า บุคคลกลุ่มนี้บางคนขาดสามัญสำนึก ไร้สติสัมปชัญญะในการพิจารณาถึงเหตุและผล มักจะแสดงออกถึงความก้าวร้าวในการแสดงความคิดเห็นต่างๆ โดยขาดการไตร่ตรอง สาเหตุหนึ่งอาจจะมาจากการขาดการอบรมเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดของบุพการี

ก็จะยังคงติดตามข่าวคราวพบปะพูดคุย(คนเดียว)กับเพื่อนพ้องน้องพี่แบบนี้เรื่อยๆ ครับ ถ้ายังหายใจอยู่ แต่ถ้าหายไปนานเกินกว่าสองสามเดือนละก็ ไม่ต้องไปตามหานะครับ ปล่อยผมไปเหอะ คงจะไปในที่ที่ชอบไปแล้วล่ะ (เชื่อได้ว่าไม่ใช่โรงเบียร์หรืออาบอบนวดแน่นอน)

มีปัญหาหรือข้อเสนอแนะ ติดต่อผมได้โดยตรงที่เมล์นะครับ ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็น

เอ...พักนี้คิดถึงน้องประดู่แฮะ หายเงียบไปซะนานเลย ใครอยู่ พัน.สห.11 ช่วยสะกิดเอวให้ทีเถอะ

Google+ Followers