วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เมาอารมณ์


ปกติธรรมดาเมื่อรู้สึกปวดหัวกับข้อมูลทางวิชาการที่กำลังค้นหาในบางช่วงเวลา ผมมักจะหันไปอ่านข้อมูลสัพเพเหระอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กำลังค้นคว้า เพื่อผ่อนคลายประสาท ซึ่งในบางครั้งก็ได้ผล แต่ในบางครั้งกลับไปสะดุดเอากับบางเรื่องที่จำเป็นต้องเก็บมาเปิดประเด็นไว้เพื่อศึกษาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง เพราะในบางครั้งบางหน เรื่องราวที่ไม่อยู่ในความสนใจของผู้คนก็มักจะกลายเป็นปัญหาในภายหลัง เนื่องจากสถานการณ์ทั้งทางการเมืองและทางสังคมของบ้านเรามีการเลื่อนไหลไปในทิศทางที่ผิดปกติในหลายๆ เรื่อง ยกตัวอย่างเช่น ประเด็นทางศาสนาที่ผู้คนมักจะมองผ่านๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาระหว่างศาสนา หรือปัญหาที่เกิดขึ้นในศาสนาเดียวกัน หรือประเด็นที่ทางรัฐพยายามเข้าแทรกแซงควบคุมเส้นทางของศาสนา อันนี้คงเนื่องมาจากรัฐมองเห็นในวิธีการใช้ศาสนาเป็นวิถีทางในการแสวงหาผลประโยชน์ หรือมีบุคลากรทางศาสนาบิดเบือนหลักการคำสองดั้งเดิมโดยแทรกวิถีทางทางการเมืองการปกครองเข้าไปผนวกร่วม

เรื่องคาใจวันนี้ของผมไปสะดุดเอาที่สถิติผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศ จากการสำรวจของกรมราชทัณฑ์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 มียอดรวมอยู่ที่ 314,683 คนแบ่งเป็น ชาย 269,743 คน หญิง 44,940 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็น นักโทษเด็ดขาดถึง 254,849 คน ที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำทั่วประเทศ อ่านดูคร่าวๆ ก็ไม่มากเท่าไหร่หรอกครับ แค่มากกว่าประชากรของบางจังหวัดเท่านั้นเอง

ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2557 เรามีประชากรทั่วประเทศ 65,124,716 คน ขณะที่จังหวัดระนองมีประชากรเพียง 177,089 คน จังหวัดสมุทรสงครามมี 194,189 คน จังหวัดสิงห์บุรีมี 212,158 คน จังหวัดตราดมี 224,730 คน จังหวัดแม่ฮ่องสอนมี 248,178 คน จังหวัดนครนายกมี 257,300 คน จังหวัดพังงามี 261,370 คน จังหวัดอ่างทองมี 283,568 คน จังหวัดสตูลมี 312,673 คน

ผมว่าประชากรของกรมราชทัณฑ์ในปัจจุบันมีมากเพียงพอที่จะทำการร้องขอจัดตั้งจังหวัดใหม่ได้แล้วนะครับ เพราะมีจำนวนประชากรมากกว่าประชากรของ 10 จังหวัดในประเทศไทยทีเดียว มีจำนวนคนมากมายคิดเป็น ร้อยละ 0.4832 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ และเมื่อวิเคราะห์ดูจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและทางการเมืองแล้ว ส่อแนวโน้มว่าจะมีประชากรเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงหลักล้านภายในไม่กี่ปี ทำให้จังหวัดใหม่นี้สามารถขยายตัวเติบใหญ่จนกลายเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ได้ในอนาคต ซึ่งอาจจะมีผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลสำหรับระบอบยุติธรรมในประเทศของเรา

จำนวนผู้ต้องขังในบ้านเมืองเราทำไมมันมากมายขนาดนี้ ผมจะไม่ตั้งคำถามกับใครหรอกครับเพราะทราบดีว่ามันมาจากปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง รวมไปถึงระบบยุติธรรที่บิดๆ เบี้ยวๆ ของบ้านเมืองเรา ขออนุญาตใช้คำนี้จริงๆ หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่ติดตามข่าวคราวอยู่เป็นประจำก็มักจะได้ยินข่าว นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หรือ คนมีตังค์ เวลากระทำความผิดก็มักจะใช้การประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี ยาวนานไปตามยถากรรมบางทีก็ร่วม 20 ปี แล้วในที่สุดก็อาจจบลงที่ รอลงอาญา 1-2 ปี แต่ในบางครั้งท่านอาจจะได้ยินข่าวว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปขโมยนมข้นมาจากร้านขายของ 1 กระป๋องเพื่อเอามาให้ลูกกินเนื่องจากไม่มีเงินซื้อ อันนี้ศาลพิจารณาแล้วมีพยานหลักฐานชัดเจน ผู้ต้องหายอมรับสารภาพ ศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ครับ บางครั้งเราก็ต้องยอมรับว่า ฐานะทางการเงิน ตำแหน่งหน้าที่ และอำนาจอิทธิพลทางการเมืองของผู้ต้องหามีส่วนในการบิดเบือนความยุติธรรม(ที่เป็นธรรม)ในคำตัดสินของศาลได้เสมอ

จะยกตัวอย่างอีกเรื่อง ผมเคยไปนั่งกอดเข่าเข้าแถวถือบัตรคิวตาละห้อยเพื่อทำเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ นั่งรอตั้งแต่ 3 โมงเช้าจนถึง บ่ายสามโมงก็ยังไม่ถึงคิวซักที แต่ในระหว่างนั้นจะมีแม่ค้าขายขนมมั่ง เด็กจากร้านซ่อมรถบ้างวิ่งเข้าออกตลอดเวลา จากการสอบถามในภายหลังจึงรู้ว่าไอ้พวกนี้มันประจำอยู่ที่ร้านรับต่อทะเบียนประจำปี มันเข้ามาแต่ละครั้งก็มีสมุดติดตัวมานับสิบเล่ม ก็สมุดคู่มือรถที่พวกมันรับจ้างเค้ามาต่อทะเบียนนั่นแหละ และพวกนี้จะมีสายสัมพันธ์อันดีกับเจ้าหน้าที่โดยมีสิทธิพิเศษนานับประการ เช่น ไม่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ที่แผนกต้อนรับก่อนยื่นเรื่อง ไม่ต้องเข้าคิวรอเรียกตัวตามลำดับ  มาถึงเข้าไปยื่นเรื่องโดยตรงกับตัวเจ้าหน้าที่ได้เลย แล้วก็รอรับกลับไปด้วยความรวดเร็ว และตอนจบก็จะทิ้งซองสีขาวไว้ให้บนโต๊ะซองหนึ่ง นัยว่าเป็นสินน้ำใจซึ่งมารับทราบภายหลังว่าเป็นเงินที่หักไว้ตามจำนวนรายการที่จัดทำให้ซึ่งมีการตกลงรายจ่ายเอาไว้แล้ว เผลอแพล็บเดียวมีมาอีกร้าน เผลอแป๊บมาอีกร้าน ซักประเดี๋ยวแม่ค้าก็มาขายของกินให้แล้วก็แอบยื่นให้บ้าง โอ๊ย ผมนั่งดูด้วยความสนุกสนานจนเกือบหมดวัน มันก็ยังไม่ถึงคิวผมซักกะที

จนอยากจะลุกขึ้นมาเอาขี้หมาขว้างเข้าไปในสำนักงานขนส่ง
รู้ทันทีว่าทำไมผู้ต้องขังบ้านเรามันมากมายนัก

ก็ความยุติธรรมมันมาไม่ถึงบ้านผมน่ะซีครับ

หลังจากทนนั่งรอมานานพอใกล้สี่โมงเย็นก็เหลืออด เลยต้องกดโทรศัพท์ไปตาม สห.ที่เฝ้าประจำสถานีขนส่งให้รีบมาหาที่สำนักงานขนส่ง แล้วก็ส่งสมุดคู่มือรถไปให้ดำเนินการแทน หมอนั่นเดินอาดๆ ผ่านเข้าไปในบริเวณพื้นที่ด้านในมี จนท.ส่งเสียงทักทายกันอย่างทั่วถึง ไม่ถึง 10 นาทีต่อมา สห.ก็ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย เดินเอ้อระเหยออกมายื่นสมุดให้

ปั๊ดโธ่ ... หลงทำตัวเป็นประชาชนคนดีมีวินัยได้ไม่ถึงวันจริงๆ

ในที่สุดก็ต้องมาใช้ "อำนาจ" จากตำแหน่งหน้าที่จนได้

ช่วยไม่ได้จริงๆ ที่ต้องกลายมาเป็นไอ้พวกหน้าไหว้หลังหลอกซะเอง

คิดแล้วมันเศร้า ... ที่มาเสียคนเอาตอนแก่นี่เอง

รู้งี้ ... โกนหนวดโกนเคราตัดผมสั้นซะก่อนดีกว่า




Twitter ของ คสช.